ขยันลงออนไลน์ แต่ยอดขายไม่ปัง

//ขยันลงออนไลน์ แต่ยอดขายไม่ปัง

ขยันลงออนไลน์ แต่ยอดขายไม่ปัง

ลงสินค้าออนไลน์ ยังไงให้เกิดยอดขาย

สาเหตุที่สมัคร Social media, Social commerce และ e-commerce แล้วยังไม่เกิดยอดขายอย่างที่ใจคิด

A. ความสม่ำเสมอในการลงสื่อบนออนไลน์
B. เหตุผลที่ดีในการเลือกซื้อ Ads
C. การลิ้งค์ หรือการเชื่อมโยง
D. ใส่ใจรายละเอียด
E. ขาดบ้านหลัก

A. ความสม่ำเสมอในการลงสื่อบนออนไลน์

สื่อออนไลน์หลายคนมองแค่การโพสต์แล้วจบ ไม่ค่อยถือเป็นงานสำคัญ เน้นว่าควรลง หรือเข้าไปปรับปรุง Website, Social media, Social commerce และ e-commerce ตามแผนที่เรา (สะดวก) โดยไม่ควรน้อยไปกว่า 2 สัปดาห์/ครั้ง หรืออย่างน้อยสำหรับคนทำงานคนเดียว คิดคอนเทนต์ไม่ค่อยออก ขอเดือนละครั้ง ที่แน่ๆ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักตารางสำหรับวางแผนทำออนไลน์ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่คนที่ตั้งใจขายสินค้าออนไลน์ ควรทำตารางแผน และส่วนใหญ่ใน Social media มักมีให้เลือก Sheduled Post ซึ่งช่วยให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ได้อย่างง่าย หรือ ทำตารางเวลาด้วย Excel ก็ได้ง่ายดี วางเวลาการทำงาน offline ของเรา โดยมีงานสื่อออนไลน์อยู่ในตารางงานด้วย จะช่วยให้เราจัดเวลาเอาใจใส่สื่อออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้น

ภาพ และ คอนเท้นต์ต่างๆ ที่เราเคยลงแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เพียงครั้งเดียว สามารถนำมาวนลงได้อีก มีข้อดีคือ ลูกค้าแค่ปรายตามองก็จำได้แล้ว

B. เหตุผลที่ดีในการเลือกซื้อ Ads

Post ก่อน แล้วค่อยมาเลือกจากยอด reached หรือ engagements ที่ลูกค้าชอบ แต่ถ้าเราต้องการเร่งยอดสินค้าตัวใดเป็นพิเศษ หรือเร่งยอดเฉพาะวันพิเศษ ให้ลงโดยเลือกเริ่มก่อนวันที่ต้องการให้พีคหรือเกิดยอดขายสูงสุด เช่น ต้องการเล่นโปรโมชั่น 11.11 ลงก่อนล่วงหน้านิดเพื่อให้ฐานลูกค้าเรา หรือคนที่สนใจในสินค้าได้มีโอกาสจดจำและได้คัดเลือกสินค้าเราที่จะตั้งใจซื้อสินค้าในวันที่ 11 ไว้ หรือถ้าทำได้ ทำให้เค้า mark หรือ favorite สินค้าเราไว้ล่วงหน้าเพื่อแจ้งเตือนในการชอปปิ้ง

C. การลิ้งค์ หรือการเชื่อมโยง

เมื่อมีหลากหลายแพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์สที่เราใช้ ส่วนใหญ่คนมักจะโปรโมทเดี่ยวๆ เช่น ช่วนไหนพีคใช้ facebook หรือ Shopee ก็ยาวไป ลืม แพลตฟอร์มตัวอื่นไปพักนึง ไม่มีการนำลิ้งค์ข้อมูลจากแพลตฟอร์มนึงไปฝากไว้ที่แพลตฟอร์มนึง เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสเลือกหลายๆ ช่องทางที่สบายใจในการติดต่อเราได้ หลายช่องทางในภายหลัง หรือถ้ามีการอธิบายสินค้าได้ยาวๆ ก็สามารถนำไปเป็นลิ้งค์สำหรับการให้อ่านต่อได้ก็ช่วยได้มาก

D. ใส่ใจรายละเอียด

แพลตฟอร์มที่ใช้งาน มีรายละเอียดที่ไม่เท่ากัน เน้นว่าถ้าเค้ามีอะไรให้ใส่ ควรใส่ให้ครบ และใส่อย่างละเอียด ถึงสินค้า องค์กร/ผู้ขาย ความสามารถของสินค้า ความสามารถขององค์กร/ผู้ขาย เพื่อให้เกิดความเข้าใจสินค้า เข้าใจความเก่งขององค์กร/ผู้ขาย ทำให้ลูกค้ารู้สึกสัมผัสได้ เกิดการเข้าถึงได้มากขึ้น

E. ขาดบ้านหลัก

นักขายส่วนใหญ่มักไปพึ่งพาแต่เพียงแพลตฟอร์ม ซึ่งขอเรียกว่า บ้านเช่า ไม่ว่าจะเป็น Social media Social commerce หรือ e-commerce ต่างๆ ขอแนะนำว่าองค์กร หรือ ผู้ขายควรมี เว็บไซด์ (website) หรือบ้านหลัก ของตัวเอง ซึ่งมีตั้งแต่ Free ถึง Fee ขอยกตัวอย่าง 3 แบบ ที่มักจะแนะนำลูกค้าเวลาให้คำปรึกษา (Consult) เวลาลงข้อมูล และให้รายละเอียดแล้วทำให้เกิด SEO ดี Keyword เกิด เช็คสถิติและเห็นผลมาแล้วในงานให้คำปรึกษา ซึ่งสุดแล้วแต่จะเลือกตามลักษณะสินค้าหรือบริการ ความถนัด และงบประมาณ เริ่มจากของฟรีก่อน

Blogger

FREE  ไม่มีค่าใช้จ่ายค่าเว็บบล็อค บล็อคชนิดนี้ ใช้งานง่าย นึกภาพง่ายๆ คล้ายการทำงานบน Ms.word มีเครื่องมือตกแต่งพอสมควร นอกจากการ post ที่ติด keyword สำคัญได้ดีแล้ว ยังมีลูกเล่นอื่นๆ เช่น มีให้ใส่ Favicon หรือ logo ที่ แทปด้านบนด้วย และสิ่งสำคัญคือ มี google search console ที่จะช่วยดันให้เว็บเราเกิดมากยิ่งขึ้น เรียกเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการ search และวัดการเข้าชมของคนที่เข้ามาดู วัดประสิทธิภาพของเว็บไซดื และช่วยแก้ปัญหาเว็บไซด์ทำให้โดดเด่นขึ้น แค่หน้าตา หรือ blog themes อาจจะไม่สวยอย่างที่อยากได้ ถ้าอยากได้ธีมใหม่ สวยๆ ลองเข้าไปค้นหา search คำว่า blogger themes free ตัวอย่าง Gooyaabi เป็นต้น ส่วนใหญ่ราคาธีมประมาณ 300 บาท ใช้ได้ไม่มีหมดอายุ แต่ยังไงลองเลือกและอ่านเงื่อนไขอย่างละเอียดก่อน เพราะระยะหลังเริ่มมีผู้เขียนธีมออกมาขายและมีเงื่อนไขด้านราคาและการ update ตลอดอายุการใช้งาน

ไม่มีระบบตระกร้าในตัวฟรี แต่สามารถซื้อเพิ่มได้ และแนะนำติดตั้ง Omise ซึ่งบริการ Payment Gateway ที่จ่ายเงินทางออนไลน์ โดยไม่ต้องผ่านธนาคาร

เมื่อใช้งานแล้วโดนใจ ค่อยซื้อโดเมนเนม ตามที่เราได้ตั้งชื่อไว้ตั้งแต่ตอนสมัคร Blog ราคาโดเมนในตลาดเริ่มตั้งแต่ 400 บาท/ปี ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับเป็น .com .net .co.th .info .asia เป็นต้น ลองเข้าไปเช็คชื่อโดเมนเนมที่อยากได้ที่ บริการจดโดเมนเนม ที่นี่ก็ราคาถูกดี

WordPress.org

wordpress.com ก็ฟรีนะ ทำเองได้เลย แม้มีความสามาถเพียงเล็กน้อยก็เริ่มได้ ธีมซื้อหรือไม่ก็ได้ แต่ก็แนะนำให้ซื้อธีม เพราะได้รูปแบบที่ตรงกับองค์กรและ ลองเข้าไปค้นหา search คำว่า blog themes free ตัวอย่าง Colorlib เป็นต้น
wordpress.org มีดีคือ ติด search engine ง่ายและเร็ว มีธีมให้เลือกเยอะ ดีไซด์ได้อย่างใจคิด ดูน่าเชื่อถือ ต้องการตระกร้าก็ติดตั้งได้เลย หากเป็นผู้มีฝีมือก็เขียนและติดตั้งได้เอง ไม่ต้องจ่ายค่าคนทำเว็บไซด์ให้ แต่ถ้าต้องการเว็บไซด์ที่หน้าตาน่าเชื่อถือ แนะนำว่าควรจ้างคนเขียนเว็บไซด์ ที่ดูแลเราตลอด แต่เค้าจะไม่ได้เขียนเพิ่มโน้นนี่ให้เราตลอดเวลา แค่ดูแลเวลาเกิดปัญหา คนจะแฮก เว็บล่ม หรือมีน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ส่วนใหญ่จะพยายามสอนให้เราทำต่อเอง ซึ่งแม้ไม่มีพื้นฐานก็ไม่ยากมาก โพสต์เองได้ ลบโพสต์ได้ เติม banner ได้ ปรับหน้าตา Article เองได้ ใช้เวลากับมันซักพักจะเข้าใจ แต่ลึกๆ เอาจริงก็เขียนโปรแกรมโค้ดไม่เป็น ราคาเริ่มต้นการจ้าง 10,000 บาท หรือถ้ามีน้อยกว่านี้แนะนำกันเข้ามาได้ ราคามากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าของเว็บ ความลึกของแต่ละหน้า

ไม่มีระบบตระกร้าในตัวฟรี สามารถซื้อเพิ่มได้ และแนะนำติดตั้ง Omise ซึ่งบริการ Payment Gateway ที่จ่ายเงินทางออนไลน์ โดยไม่ต้องผ่านธนาคาร

เมื่อใช้งานแล้วโดนใจ ค่อยซื้อโดเมนเนม ตามที่เราได้ตั้งชื่อไว้ตั้งแต่ตอนสมัคร ราคาโดเมนในตลาดเริ่มตั้งแต่ 400 บาท/ปี ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับเป็น .com .net .co.th .info .asia เป็นต้น ลองเข้าไปเช็คชื่อโดเมนเนมที่อยากได้ที่ บริการจดโดเมนเนม ที่นี่ก็ราคาถูกดี

ReadyPlanet

เว็บไซด์สำเร็จรูป เหมาะสำหรับ sme ผู้โดดเดี่ยวมาก ทำงานด้วยตัวเอง ดูแลเว็บเอง ทำเอง ไม่มีพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถเลือกแบบที่ต้องการ และแบบที่ไม่ต้องการออกได้ง่ายทันที *Favicon หรือ logo แสนง่ายจะแสดงบนแท็บของเว็บเบราเซอร์ ทันทีที่ใส่โลโก้ในหน้าแรก เมื่อใส่แล้วรูปก็ขึ้นที่แท็ปด้วยทันทีไม่ยุ่งยาก สามารถลาก เลื่อนเมนูให้อยู่ในจุดที่ต้องการได้ง่าย ลากจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย อยากให้แบนเนอร์ หรือ บทความอยู่ข้างบน อยู่กลาง อยู่ด้านล่าง ก็แค่เอาเม้าส์ลากไปไว้ตรงที่ต้องการ แนะนำว่าอยากให้ทดลองเล่น มันฟรี เชื่อเถอะว่ามันง่ายจนติดใจ ไม่เสียเวลาทำงานอื่น การใส่รูปไม่ว่าจะเป็นที่บทความ รูปสินค้าในตระกร้า แบนเนอร์ไม่เสียเวลาลองปรับภาพใดๆ ไม่ต้องเสียเวลายืดย่อภาพ เพราะเค้าบอกไว้เสร็จว่าต้องใช้ขนาดเท่าไหร่

มีระบบตระกร้าให้ และมีระบบรองรับ paypal และ Omise ซึ่งบริการ Payment Gateway ที่จ่ายเงินทางออนไลน์ โดยไม่ต้องผ่านธนาคาร แต่ถ้ายังไม่ต้องการระบบการจ่ายเงินออนไลน์ ก็ยังมีให้ใส่รายละเอียดสำหรับการโอนเงินเข้าธนาคารของผู้ขายได้ ไม่ต้องผ่านระบบ ซึ่งสมัยนี้ระบบการโอนเงินก็สามารถโอนได้ทันทีจากแอพมือถือของแต่ละธนาคาร

ที่น่าจะชอบกันคือ ระบบที่เก็บฐานข้อมูลลูกค้าแบบทันที คือมีติดต่อสอบถามเข้ามาก็เก็บให้ เริ่มจากแพ็คเก็จถูกสุดก็ได้ถึง 10,000 ราย แพ็คเก็จอื่นก็ได้มากกว่า แต่ถ้าเริ่มต้นก็เลือกแพ็คเก็จถูกก่อน ยังไงของฟรีก็อยากให้ลองเล่นหลายคนเล่นตัดสินใจเลย หลายคนเล่นวางแผนเลยว่าจะซื้อเมื่อไหร่ เพราะง่ายอย่างที่ไม่ต้องพึ่งพาใครทำให้ และลูกค้าในงานที่ปรึกษาใช้ได้ผลจริง ยอดสั่งซื้อทักกันเข้ามาตลอด ยิ่งถ้าเป็นการโอนเงิน รายได้ไม่ต้องผ่านกระเป๋าใคร ตรงเข้ากระเป๋าคนขายทันที แต่ถ้าเลือกให้ลูกค้าผ่าน Omise หรือ paypal ก็ถือว่าเป็นระบบที่เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือได้ทั่วโลก

ทดลองใช้งานเว็บฟรี เมื่อใช้งานแล้วโดนใจ ค่อยเลือกซื้อโดเมนเนม ตามที่เราได้ตั้งชื่อไว้ตั้งแต่ตอนสมัคร ค่าชื่อโดเมนเว็บไซต์ ซึ่งมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 450 บาทต่อปี ที่นี่ชอบมีโปรโมชั่น ถ้าซื้อ 2 ปี และ 3 ปี ได้ราคาพิเศษ ก็ยังราคาถูกมาก สำหรับคนที่มีเว็บไซด์อยู่แล้วเค้ามีบริการย้ายโดเมนเนมเดิมมาไว้ Readyplanet ได้ สามารถเพิ่มภาษาต่างประเทศได้ตามที่ผู้ขายติดต่อด้วย เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น

หมายเหตุ Favicon มาจากคำสองคำ คือ faverite + icon = favicon ขนาด 16*16 พิกเซล โดยจะแสดงบนแท็บของเว็บเบราเซอร์