สาธารณรัฐอาร์เมเนีย : Republic of Armenia

//สาธารณรัฐอาร์เมเนีย : Republic of Armenia

สาธารณรัฐอาร์เมเนีย : Republic of Armenia

Celebrating the 28th Anniversary of Independence of Republic of Armenia

ฉลองครบรอบ 28 ปี วันชาติของสาธารณรัฐอาร์เมเนีย

22 กันยายน เป็นวันชาติของสาธารณรัฐอาร์เมเนีย (Armenia) หรือบางคนออกเสียงว่า อาร์มีเนีย หรือ สาธารณรัฐอาร์เมเนีย (Republic of Armenia) เป็นการฉลองวันชาติปีที่ 28 สำหรับประเทศไทยและประเทศอาร์เมเนียมีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกันมาเป็นเวลา 27 ปี

สาธารณรัฐอาร์เมเนีย เป็นประเทศเล็ก ๆ มีพื้นที่ประมาณ 6% ของประเทศไทย หรือขนาดเล็ก หากเทียบให้เห็นชัด ๆ มีพื้นที่ประมาณจังหวัดนครราชสีมากับสุรินทร์รวมกัน เท่ากับประเทศอาร์เมเนีย  และเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล ตั้งอยู่ทางใต้ของเทือกเขาคอเคซัส (Caucasus) เขาที่กั้นพรมแดนระหว่างยุโรปและเอเชีย ท่ามกลางประเทศตุรกี จอร์เจีย อาร์เซอไบจัน และ อิหร่าน  มีเมืองหลวงชื่อ เยเรวาน มีประชากรประมาณ 3 ล้านคน สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ คือ เพชร พลังงาน อาหารและแร่ธาตุ

สาธารณรัฐอาร์เมเนีย เป็นหนึ่งใน สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย หรือ Eurasian Economic Union (EAEU) ประกอบด้วยสมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส อาร์เมเนีย และคีร์กิซสถาน เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพของไทย EAEU เป็นสหภาพศุลกากรที่ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2558 เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรกว่า 180 ล้านคน มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในปี 2560 เท่ากับ 1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มีการรวมกลุ่มในลักษณะสหภาพศุลกากร มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ เงินทุน และแรงงานอย่างเสรีระหว่างกัน มีมูลค่าการค้ากับประเทศนอกกลุ่ม กว่า 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และเป็นกลุ่มประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ประเทศไทยได้ยกระดับความสัมพันธ์กับยูเรเชีย สู่หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจลำดับที่ 27 ของไทย มีมูลค่า 3,318 ล้านเหรียญสหรัฐ และได้รับการอนุมัติกฏถิ่นกำเนิดสินค้าฉบับใหม่ สำรหับการให้สิทธิพิเศษภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือที่เรียกย่อว่า GDP แก่ประเทศพัฒนาน้อยที่สุดและประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 16 ม.ค. 2562 ทั้งนี้ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาโดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าจาก EAEU

เงื่อนไขกฎถิ่นกำเนิดสินค้าฉบับใหม่ คือ ต้องได้มาโดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศที่รับสิทธิทั้งหมด หรือผ่านการแปรสภาพอย่างเพียงพอก็ต่อเมื่อมูลค่าวัตถุดิบที่ไม่ได้ถิ่นกำเนิด ต้องไม่เกิน 50% ของมูลค่าสินค้าส่งออก ณ ราคาหน้าโรงงาน โดยสามารถนำวัตถุดิบที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศสมาชิก EAEU มานับรวมเป็นวัตถุดิบภายในประเทศผลิตเป็นสินค้าขั้นสุดท้ายในประเทศกำลังพัฒนา จะถือว่าได้ถิ่นกำเนิดและสามารถได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีจาก EAEU ได้  แม้ว่าเราจะได้สิทธิพิเศษทางการค้า แต่สิ่งที่นักธุรกิจต้องมองด้วยก็คือ เมื่อนำเข้าไปแล้วและราคารวมกับภาษีที่เกี่ยวข้อง เช่น VAT หรือ แม้แต่ภาษีธุรกิจ จะส่งผลต่อราคาขายอย่างไร มีอัตราที่สูงกว่าคู่แข่งขันในสินค้าเดียวกันของประเทศอื่นหรือไม่