บทความเขตเศรษฐกิจพิเศษ

//บทความเขตเศรษฐกิจพิเศษ

บทความเขตเศรษฐกิจพิเศษ

เขตเศรษฐกิจพิเศษ หมายถึง พื้นที่เฉพาะซึ่งได้รับมอบอำนาจการ บริหารบางประการเพื่อให้สามารถปกครองและ จัดการพื้นที่นั้นๆ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมไป ถึงให้สอดคล้องกับการขยายตัวหรืออุปสรรคต่างๆ ใน เขตพื้นที่นั้นๆ ภายใต้การสนับสนุนในเรื่องโครงสร้างขั้นพื้นฐานจากรัฐบาลกลางซึ่งกำกับดูแลพื้นที่นั้น

แนวคิดการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศไทย พบว่าแนวคิดการพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษไม่ใช่เรื่องใหม่ในประเทศไทย ในระยะเวลาที่ผ่านมามีการพัฒนาในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน แต่มีรูปแบบต่าง ๆ กัน ได้แก่

  1. นิคมอุตสาหกรรม (Industrial Estate: IE) เป็นรูปแบบการพัฒนาของพื้นที่เฉพาะ
  2. เขตอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก (Export Processing Zone: EPZ) เป็นรูปแบบการพัฒนาของเมืองใกล้ท่าเรือหรือสนามบิน
  3. คลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse: BW)
  4. ร้านค้าปลอดอากร (Duty Free Shop: DFS)
  5. เขตการค้าเสรี (Free Trade Zone : FTZ)
  6. เขตการค้าปลอดภาษี (Duty Free Port) เป็นรูปแบบการพัฒนาของเมืองท่า

เขตเศรษฐกิจพิเศษ ชายแดน (Special Border Economic Zone: SBEZ) เป็นรูปแบบการพัฒนาของพื้นที่ตามแนวชายแดน

สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษมีสาระสำคัญ 3 ประการคือ

  1. เขตเศรษฐกิจพิเศษไม่มีการจำกัดประเภทของธุรกิจ โดยนอกจากการอุตสาหกรรมแล้ว ผู้ประกอบการ ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษยังสามารถประกอบธุรกิจการเกษตร การปศุสัตว์การประมง การท่องเที่ยว การขนส่ง การเคหะและการก่อสร้าง การวิจัยและการผลิตที่ต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูง ตลอดจนการค้าและการบริการด้วย
  2. ผู้อาศัยและผู้ประกอบธุรกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษจะต้องได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีอากร
  3. องค์กรบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษจะต้องมีอำนาจอำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ผู้ประกอบธุรกิจ และผู้อาศัยในเขตเศรษฐกิจพิเศษทุกเรื่องเพื่อก่อให้การประกอบธุรกิจเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สาระสำคัญของเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งสามประการดังกล่าวข้างต้น จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา เศรษฐกิจและศักยภาพในการแข่งขันของประเทศในเวทีการค้าระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศ อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของ ประชาชนโดยตรงในพื้นที่โดยเฉพาะและพื้นที่ใกล้เคียง

แนวคิดการปกครองรูปแบบพิเศษ “นครแม่สอด”

ศักยภาพของพื้นที่แม่สอด

  1. จุดเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เป็นเมืองชายแดนและอยู่ในเขตพื้นที่โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับอนุภูมิภาค 6 ประเทศจุดเชื่อมต่อด้านการคมนาคมขนส่ง การค้า และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ จากทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกของไทย
  2. จุดเชื่อมโยงการท่องเที่ยว จากภายในประเทศไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านจุดเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวจากภายนอกประเทศสู่ส่วนอื่นๆ ภายในประเทศและสู่ประเทศในฝั่งตะวันออกของไทย
  3. แหล่งแรงงาน จากประเทศเพื่อนบ้านที่ตอบสนองต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและการบริการใน พื้นที่จุดผ่านของแหล่งแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่จะเข้าไปทำงานในภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทย
  4. ศูนย์กลางการค้าและการขนส่ง ทั้งในระดับชายแดน และระดับอนุภูมิภาคเส้นทางคมนาคมและขนส่งสินค้าทั้งในระดับชายแดน และระดับอนุภูมิภาคจุดเมืองคู่แฝดระหว่างประเทศไทยและประเทศเมียนมา
  5. ความตื่นตัวของประชาชน ให้การตอบรับและมีความตื่นตัวต่อการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาภายในพื้นที่ ภาคเอกชนและผู้ประกอบการต่างๆ มีการรวมตัวกัน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมชายแดน
  1. จุดเชื่อมโยงการพัฒนาการศึกษาร่วมกันระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายประเทศโดยเตรียมจัดตั้งมหาวิทยาลัยนานาชาติ ด้านอำเภอแม่สอดเพื่อเพิ่มศักยภาพทางการศึกษาเละเชื่อมโยงไปสู่ การค้าขายส่งออกและเศรษฐกิจชายแดน กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศเมียนมา ประเทศอินเดีย โดยเปิดกว้างให้กับทุกเชื้อชาติ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายในประเทศไทย และยังรวมถึงเยาวชนใน ประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย

แม่สอด Model 

จะเป็นการบริหารธุรกิจในรูปแบบใหม่ (New Economic City) ซึ่งไม่ใช่นิคมอุตสาหกรรมแบบเดิม แต่จะเป็นการบริหารธุรกิจโดยภาคเอกชนนำการลงทุน โดยใช้หลักการ sharing ภายใต้การกำกับดูแลโดยภาครัฐ ซึ่งจะต้องสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น การส่งเสริมการลงทุนโดยให้สิทธิพิเศษและประโยชน์ด้านต่าง ๆ แก่นักลงทุนแม่สอด Model จึงเป็นโครงการต้นแบบความสำเร็จของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และจะขยายผลไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดชายแดนอื่น ๆ ทั่วประเทศ กรอบแนวคิดการจัดทำแผนงานของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีหลักการสำคัญ ประกอบด้วย Custom Zone, Import-Export Free zone, Industry Zone, Logistics Park, Bonded Warehouse ทั้งนี้ โดยจัดให้มีการบริหารที่ดินด้วยต้นทุนต่ำให้เอกชนเช่าจัดตั้งเป็นเขตอุตสาหกรรมในราคาถูก เพื่อลดต้นทุนสินค้าและสนับสนุนการส่งออก

การค้าชายแดน : ภายหลังเมียนมาร์เปิดประเทศ และยิ่งใกล้เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเข้าไปทุกขณะ กำแพงกีดกันการค้า ต่างๆ จะถูกทลายออกไป ส่งให้การค้าชายแดนที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก วันนี้ คึกคักและเปลี่ยน แปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ในฐานะประตูหน้าเชื่อมโยงการค้าของสองประเทศเข้าหากัน นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญของธุรกิจไทย ตั้งแต่ระดับบิ๊กและเอสเอ็มอีเข้าไปทำการค้ากับเมียนมาร์ แนวโน้มการส่งออกสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้นทุกปี สินค้าของประเทศไทยยังคงได้รับความนิยมจากเพื่อนบ้านแห่งนี้มาเป็นอันดับหนึ่ง สินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 80% ที่ชาวพม่าใช้กันอยู่ในปัจจุบันรับมาจากประเทศไทย โดยประธานหอการค้าฯ ระบุว่า “อะไรก็ขายได้” ยิ่งถ้าแบรนด์ไทยชื่อดังก็จะได้รับความเชื่อถือ บางชนิดผลิตไม่ทันขาย นอกจากนั้น พม่ายังต้องการการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานอีกมหาศาล ไม่ว่าจะถนน อาคาร บ้านเรือนต่างๆ

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ครั้งที่ 2/2557 เมื่อวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2557 เห็นชอบขอบเขตพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน 5 พื้นที่ชายแดนเป้าหมาย รวม 36 ตำบล ใน 10 อำเภอ พื้นที่รวมประมาณ 1.83 ล้านไร่ (2,932 ตร.กม.) โดยกำหนดขอบเขตพื้นที่ในระดับตำบลที่อยู่ติดชายแดนและไม่ทับซ้อนพื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดตาก จำนวน 14 ตำบล 886,875ไร่ (1,419 ตร.กม.) ใน อ.แม่สอด อ.พบพระ และ อ.แม่ระมาด และประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในประกาศครั้งที่ 1/2557 ดังนี้

การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จังหวัดตากนี้ จะครอบคลุมเนื้อหาในด้าน

  • เขตอุตสาหกรรมชายแดน
  • เขตการขนส่งสินค้าข้ามแดน คลังสินค้า และบริการโลจิสติกส์
  • ตลาดการค้าชายแดน
  • สิ่งอำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยว
  • สถาบันการเงิน

เนื้อหาของเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้มีความครอบคลุมและตรงกันกับเมืองคู่แฝดที่ทำการค้ามายาวนานอย่างเมือง เมียวดี ที่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษทางด้านการเป็นศูนย์กระจายสิค้า พื้นที่เกษตรกรรม นิคมอุตสาหกรรม และการพาณิชย์